จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2544 จำนวนผู้พิการในไทยทั้งหมดอยู่ที่ 1 ล้านคน มีเด็กที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งถือเป็นความพิการอย่างหนึ่งอยู่ถึง 1 แสนคน และในแต่ละปีจะมีเด็กที่ การเช่นนี้อีกราว ปีละ 2,500 คน โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเป็นเด็กที่เกิดในครอบครัวฐานะยากจน ในแต่ละปีหน่วยงานภาครัฐของไทยสามารถรองรับการรักษาได้เพียง 250 คน นั่นหมายถึงว่า มีเด็กอีกกว่า 7 – 8 หมื่นคน ในปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษา
อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 8 ธันวาคม 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4060
เด็กเหล่านี้ส่วนมาก เกิดในบ้านที่มีฐานะยากจน พ่อแม่ขาดความรู้ความเข้าใจในระหว่างการตั้งครรภ์ กินยาบางชนิด หรือ ป่วยเป็นโรค ทำให้เด็กที่เกิดมามีอาการปากแหว่งบ้าง , เพดานโหว่บ้าง หรือทั้ง 2 อย่างในคนเดียว และด้วยฐานะที่ยากจนนี้เอง ทำเด็กไม่ได้รับการรักษา
เด็กๆ เหล่านี้จึงได้รับความทุกข์ทรมานมาก อันเนื่องจาก อาการของโรค คือ ไม่สามารถทานอาหารได้เต็มที่เหมือนเด็กปกติทำให้น้ำหนักตัวไม่ได้มาตรฐาน หรือ ป่วยซ้ำซ้อน เพราะกินอาหารไปจาก 100 % จะเหลือเพียง 50 - 20 % เท่านั้น เด็กไม่ได้รับการรักษา จนโตถึงวัยที่เข้าโรงเรียน มักจะโดนเพื่อน ๆ ล้อ จนเด็ก ๆ เป็นปมด้อย และไม่อยากไปเรียน
จากข้อมูลข้างต้น โครงการกองทุนเวลาเพื่อสังคม จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการ “Smile Kid Smile Beauty : ช่วยน้องแก้มใสให้ยิ้มสวย” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ ซึ่งที่ผ่านมา มีเด็กที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้ว 4 ราย โดยอาสาสมัครของกองทุนเวลาเพื่อสังคม ที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมด้านนี้โดยเฉพาะ คือ คุณหมอณรงค์ ลิ้มสกุล จากโรงพยาบาลเดชา เป็นผู้ผ่าตัดให้ โดยไม่คิดค่าผ่าตัดแต่อย่างได้ ซึ่งโดยปกติการผ่าตัดโรคปากแหว่งเพดานโหว่ถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้เครื่องมือและทีมแพทย์ พยาบาลที่มีความชำนาญ จึงมีค่าใช่จ่ายที่สูง แต่ด้วยความร่วมมือของอาสาสมัครให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการฯ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
และด้วยความสำเร็จดังกล่าว ทำให้เด็กที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกหลายคน ที่รอการผ่าตัดอยู่มีความหวัง รอความช่วยเหลืออยู่ จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตอาสา ทำดีเพื่อสังคม มาร่วมเป็นอีกส่วนหนึ่งในการสร้าง และมอบรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ เพียง...
สมัครเป็นอาสาสมัครโครงการกองทุนเวลาเพื่อสังคม
อาสาเป็นดูแลรับ-ส่ง ในการเดินทางมาโรงพยาบาล
อาสาเป็นผู้ดูแลค่าอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือทั้งวัน
อาสาเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบจ่ายค่าห้อง และยารักษาพยาบาล (รายละ 10,000 บาท)
อื่นๆ ......
เริ่มที่เราเสียสละคนละนิด ก็เพียงพอแล้วในการร่วมสร้างชีวิตใหม่ที่สดใสแก่เด็กๆ เหล่านี้
ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมากที่รอรับการรักษาอยู่ อาทิ
เด็กชายแทนคุณ ขันทองดี อายุ 3 เดือน
บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 12 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
เด็กชายภานุพงศ์ แซ่หว่อง อายุ 5 เดือน
บ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 4 ต.บ้านใหม่คลองเคียน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
เด็กหญิงธีระกานต์ อินจงกล อายุ 9 เดือน
บ้านเลขที่ 71/15 หมู่ที่ 1 ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม
เด็กชายปรเมศวร์ วรสาร อายุ 9 ขวบ
บ้านเลขที่ 65/3 หมู่ที่ 10 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
เด็กชายยุทธนา วงศรีแก้ว อายุ 12 ขวบ
บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 11 ต.ห้วยแก้ง อ.กุดชุม จ.ยโสธร
เด็กหญิงพัชณิดา ปักการะโถ อายุ 3 ขวบ 4 เดือน
บ้านเลขที่ 34/6 หมู่ที่ 3 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี
เด็กชายณรงค์ จันต๊ะ อายุ 6 ขวบ
บ้านเลขที่ 45/ช หมู่ที่ 4 ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
นายวิจัย จันทร์สว่าง อายุ 33 ปี
บ้านเลขที่ 50/29 หมู่ที่ 1 เขตสายไหม กรุงเทพฯ
สามารถแจ้งความจำนงเข้ามาได้ หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.timebanksociety.com
รวมทั้ง สามารถร่วมบริจาคได้ที่ มูลนิธิสถาบันการประกอบการเพื่อสังคม ธนาคาร กรุงเทพ สาขากล้วยน้ำไท (ออมทรัพย์) เลขบัญชี 117 – 4 – 58770 – 7
ติดต่อเพิ่มเติมที่ คุณรัชดา 083 068 5060 หรือ คุณบุญญาพร 086 004 5542